ในวันนี้เราจะมาดูกันว่าชาที่เรานิยมดื่มกัน มีตำนานความเป็นมาอย่างไร? 

9/27/2017

          วันนี้เราจะมาทำความรู้จักความจริงของชากันครับ หลายคนรู้จักชา แต่ยังไม่รู้จักถึงความแตกต่างของชาแต่ละชนิด ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าคุณนั่งอยู่บนเก้าอี้รายการปริศนาฟ้าแลบอยู่ที่ข้อ 10 คุณปัญญาจ้องตาคุณพร้อมถามว่า “ชาอู่หลงแตกต่างจากชาเขียวอย่างไร” ผมเชื่อว่าหลายคนคงตอบว่าชาเขียวมาจากต้นชาสายพันธุ์ชาเขียว ชาอู่หลงก็มาจากต้นชาสายพันธุ์ชาอู่หลง “...ผิดครับ ฟิ้วววววววว ตึง!” พร้อมกับเก้าอี้ที่เลื่อนลงมาอย่างรวดเร็วราวกับนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ กลับบ้านอดเงินแสนไปอย่างแน่นอน ซึ่งความจริงแล้วเป็นอย่างไร วันนี้เรามาลองดูกันครับ

          หลังจากที่เพิ่งตกรอบสายฟ้าแลบกันไป ก่อนจะเข้าไปทำความรู้จักกับสรรพคุณของชา ผมขอเกริ่นนำด้วยการเล่าขานตำนานชาให้เป็นรางวัลปลอบใจ เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบถึงต้นกำเนิดของชากันก่อน ตามตำนานของจีนที่ได้เล่าขานกันมาอย่างช้านานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชามีอยู่หลายตำนาน แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือ เมื่อประมาณ 2,737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ขณะที่เสินหนงฮ่องเต้ในตำนานของจีน ผู้คิดค้นเกษตรกรรมและยาจีน กำลังเสวยน้ำร้อนถ้วยหนึ่งอยู่นั้น ใบไม้จากต้นไม้แถวนั้นก็ได้ร่วงลงในหม้อต้มน้ำของฮ่องเต้ ทำให้สีของน้ำในหม้อเปลี่ยนไป ฮ่องเต้จึงได้เสวยน้ำนั้นดูและทรงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำนั้นกลับมีรสชาติดีและทรงรู้สึกสดชื่นอีกด้วย จึงเริ่มมีการเอาใบชามาต้มและเริ่มเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มประชาชนชาวจีน

          แม้ว่าตำนานเหล่านี้จะไม่มีเค้าโครงความเป็นจริง แต่มีหลักฐานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสต์ศักราชว่าประเทศจีนถือเป็นประเทศแรกที่รู้จักการดื่มชา โดยชาวจีนรู้จักการบริโภคชามาแล้วกว่าพันปี ชาวบ้านในสมัยราชวงศ์ฮั่นใช้ชาเป็นยารักษาโรคและตั้งแต่นั้นมาชาก็มีบทบาทอย่างสูงต่อวัฒนธรรมของชาติเอเชียมาหลายศตวรรษ ในฐานะที่เป็นเครื่องดื่มหลักในชีวิตประจำวัน ยารักษาโรคหรือแม้แต่สัญลักษณ์แสดงฐานะ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่บ่อยครั้ง ตำนานเหล่านี้จะกำเนิดบนพื้นฐานทางศาสนาและพระมหากษัตริย์

          ถึงเวลากลับเข้าสู่เนื้อหาสาระที่ทุกท่านรอคอย (หากต้องการเพิ่มความเร้าใจ กรุณาเปิดเพลงตามลิงก์ประกอบการอ่านและอ่านอย่างช้าๆ โปรดใช้จินตนาการถึงเสียงพากย์หนัง บรรยากาศตอนกำลังนั่งชม trailers หนัง Sci-fi https://youtu.be/vErbwRsb9b8 )

          ชาได้เข้ามามีบทบาทในขีวิตผู้คนมาอย่างช้านาน ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยสำหรับในยุคสมัยนี้ที่ผู้คนรักและใส่ใจในสุขภาพ ชาเป็นเครื่องดื่มชนิดแรกๆที่หลายคนนึกถึง เพราะสรรพคุณที่มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ แต่จริงๆแล้วชาที่วางขายกันตามท้องตลาดทั่วไป มีต้นกำเนิดจากพืชในตระกูลเดียวกัน นั่นคือตระกูล Camellia sinensis (L.) (ดนตรีประกอบถึงวินาทีที่ 42 หากเกินกว่านี้อารมณ์จะสะดุด) ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ชาที่มีรสชาติ กลิ่น สีและสรรพคุณแตกต่างกัน เนื่องมาจากองค์ประกอบทางเคมีของใบชาและกระบวนการผลิตชา โดยองค์ประกอบทางเคมีของใบชาที่แตกต่างกันเป็นผลมาจากสายพันธุ์ชา สภาพพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ความอุดมสมบรูณ์ของดิน น้ำและการดูแลรักษา ซึ่งองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันนี้จะส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้ชาที่มีรสชาติ กลิ่น สีและสรรพคุณที่แตกต่างกันไป  หากแบ่งตามกระบวนการผลิตจะสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ ชาเขียว ชาอู่หลงและชาดำ ในกระบวนการผลิตชาแต่ละประเภทจะมีขั้นตอนการผลิตแตกต่างกันอย่างไร สามารถรับชมได้ดังต่อไปนี้ (จบดนตรีบรรเลง)

ชาเขียว (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก (Non-fermented tea)

ชาอู่หลง (Oolong tea) เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักเพียงบางส่วน (Semi-fermented tea)

ชาดำ (Black tea) เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบรูณ์ (Completely-fermented tea)

          ครั้งนี้หวังว่าทุกท่านจะได้รู้จักชาหลักๆที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปแล้ว ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องสรรพคุณของชาแต่ละชนิด เรื่องราวจะลึกลับซับซ้อนขนาดไหน ขอให้ทุกท่านติดตามชมตอนต่อไป

สะเก็ดความรู้

          ชาที่ปลูกในประเทศไทยหลักๆมีอยู่ 2 สายพันธุ์ นั่นก็คือ ชาอัสสัม (Camellia sinensis var. assamica) นิยมเอามาทำเป็นชาเขียวและชาดำ และสายพันธุ์ชาจีน (Camellia sinensis var. sinensis) นิยมเอามาทำชาอู่หลงอย่างนี้นี่เอง

 

ขอได้รับคำขอบคุณจาก

สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง http://teainstitutemfu.com/main/blog/กระบวนการผลิตชา

วิกิพีเดีย https://th.wikipedia.org/wiki/ชา

มา ณ โอกาสนี้ สวัสดีครับ

« Back